DBMS คืออะไร
DBMS ย่อมาจาก Database Management System
DB คือ Database หมายถึง ฐานข้อมูล
M คือ Management หมายถึง การจัดการ
S คือ System หมายถึง ระบบ
DBMS คือ ระบบการจัดการฐานข้อมูล
หรือซอฟต์แวร์ที่ดูแลจัดการเกี่ยวกับฐานข้อมูล
โดยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ทั้งในด้านการสร้าง การปรับปรุงแก้ไข
การ
เข้าถึงข้อมูล และการจัดการเกี่ยวกับระบบแฟ้มข้อมูลทางกายภาพ
ภายในฐานข้อมูลซึ่งต่างไปจากระบบแฟ้มข้อมูลคือ
หน้าที่เหล่านี้จะเป็นของโปรแกรมเมอร์
ในการติดต่อฐานข้อมูลไม่ว่าจะด้วยการใช้คำสั่งในกลุ่ม DML หรือ DDL หรือ
จะด้วยโปรแกรมต่างๆ ทุกคำสั่งที่ใช้กระทำกับฐานข้อมูลจะถูกโปรแกรม DBMS
นำมาแปล (Compile) เป็นการกระทำต่างๆภายใต้คำสั่งนั้นๆ
เพื่อนำไปกระทำกับตัวข้อมูลใน ฐานข้อมูลต่อไป
DBMS
ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาด้าน Data Independence
ที่ไม่มีในระบบแฟ้มข้อมูล ทำให้มีความเป็นอิสระจากทั้งส่วนของฮาร์ดแวร์
และข้อมูลภายในฐานข้อมูลกล่าวคือโปรแกรม DBMS
นี้จะมีการทำงานที่ไม่ขึ้นอยู่กับรูปแบบ (Platform) ของตัวฮาร์ดแวร์
ที่นำมาใช้กับระบบฐานข้อมูลรวมทั้งมีรูปแบบในการอ้างถึงข้อมูลที่ไม่ขึ้น
อยู่กับโครงสร้างทางกายภาพของข้อมูลด้วยการใช้ Query Language
ในการติดต่อกับข้อมูลในฐานข้อมูลแทนคำสั่งภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 3
ส่งผลให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลได้โดยไม่จำเป็นต้องทราบถึง
ประเภทหรือขนาดของข้อมูลนั้นหรือสามารถกำหนดลำดับที่ของฟิลด์
ในการกำหนดการแสดงผลได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงลำดับที่จริงของฟิลด์ นั้น
หน้าที่ของ DBMS
1.) ทำหน้าที่แปลงคำสั่งที่ใช้จัดการกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ข้อมูลเข้าใจ
2.)
ทำหน้าที่ในการนำคำสั่งต่างๆ ซึ่งได้รับการแปลแล้วไปสั่งให้ฐานข้อมูลทำงาน
เช่น การเรียกใช้ข้อมูล (Retrieve) การจัดเก็บข้อมูล (Update) การลบข้อมูล
(Delete) หรือ การเพิ่มข้อมูลเป็นต้น (Add) ฯลฯ
3.)
ทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับข้อมูลภายในฐานข้อมูล
โดยจะคอยตรวจสอบว่าคำสั่งใดที่สามารถทำงานได้และคำสั่งใดที่ไม่สามารถทำได้
4.) ทำหน้าที่รักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลภายในฐานข้อมูลให้มีความถูกต้องอยู่เสมอ
5.) ทำหน้าที่เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในฐานข้อมูลไว้ใน data dictionary ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้มักจะถูกเรียกว่า "ข้อมูลของข้อมูล" (Meta Data)
6.) ทำหน้าที่ควบคุมให้ฐานข้อมูลทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Spatia
Spatial distribution=การกระจายเชิงพื้นที่
-เป็น
การกระจัดกระจายตัวหรือการกระจุกตัวที่อยู่ในพื้นที่
จะอยู่ในลักษณะที่กระจุกตัวบางพื้นที่หรือแยกกระจายอาจจะอยู่ใกล้กันหรือไกล
กันขึ้นอยู่กับบริเวณพื้นที่ต่างๆ เช่น การกระจายตัวของประชากร การใช้ภาษาในแต่ละพื้นที่ การกระจายตัวของโรคระบาด
Spatial differrentiation = ความแตกต่างเชิงพื้นที่
Spatial difussion = การแพร่กระจายเชิงพื้นที่
Spatial interaction = การปฎิสัมพันธ์เชิงพื้นที่
Spatial temporal = ช่วงเวลาในเชิงพื้นที่
- ช่วงเวลาในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันออกไปในช่วงของการแบ่งเขตเวลา การกระทำหรือกิจกรรมก็จะต่างกันออกไป เช่น การเคลื่อนที่ของรถยนต์ในช่วงเวลาด่วน รวม
ทั้งกิจกรรมและพฤติกรรมการใช้ถนนในช่วงเวลาที่กำหนดภายในขอบเขตของ
พื้นที่ออกมาในรูปแบบจำลอง 3 มิติ
ซึ่งผลที่ได้สามารถนำมาอธิบายถึงความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลากับ
รูปแบบการใช้เส้นทางจราจร
ที่สะท้อนให้เห็นถึงความหนาแน่นในช่องทางจราจรที่ใช้กันเป็นประจำ
วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ข้อดี - ข้อเสีย ฐานข้อมูล
ข้อดีของฐานข้อมูล
1.
หลีกเลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูล
โดยข้อมูลเรื่องเดียวกันอาจมีอยู่หลายแฟ้มข้อมูล ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งของข้อมูลได้
( Inconsistency )
2.
สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลรวมไว้ด้วยกัน
เมื่อผู้ใช้ต้องการข้อมูลจากฐานข้อมูล
ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากแฟ้มข้อมูลที่แตกต่างกันจะทำได้ง่าย
ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากแฟ้มข้อมูลที่แตกต่างกันจะทำได้ง่าย
3.
สามารถลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในลักษณะแฟ้มข้อมูล
อาจทำให้ข้อมูลประเภทเดียวกันถูกเก็บ
ไว้หลาย ๆ แห่ง ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน (Reclundancy ) การนำข้อมูลมารวมเก็บไว้ในฐานข้อมูล จะช่วยลดปัญหา
ความซ้ำซ้อนได้
ไว้หลาย ๆ แห่ง ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน (Reclundancy ) การนำข้อมูลมารวมเก็บไว้ในฐานข้อมูล จะช่วยลดปัญหา
ความซ้ำซ้อนได้
4.
รักษาความถูกต้อง ฐานข้อมูลบางครั้งอาจมีข้อผิดพลาดขึ้น
เช่น การป้อนข้อมูลผิด ซึ่งระบบการจัดการฐานข้อมูล
สามารถระบุกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
สามารถระบุกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
5.
สามารถกำหนดความเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ เพราะในระบบฐานข้อมูลจะมีกลุ่มบุคคลที่คอยบริหารฐานข้อมูล
กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ในการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะเดียวกัน
กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ในการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะเดียวกัน
6.
สามารถกำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้ ผู้บริหารระบบฐานข้อมูลสามารถกำหนดการเรียกใช้ข้อมูลของ
ผู้ใช้แต่ละคนให้แตกต่างกันตามหน้าที่ ความรับผิดชอบได้ง่าย
ผู้ใช้แต่ละคนให้แตกต่างกันตามหน้าที่ ความรับผิดชอบได้ง่าย
7.
ความเป็นอิสระของข้อมูลและโปรแกรม โปรแกรมที่ใช้ในแต่ละแฟ้มข้อมูลจะมีความสัมพันธ์กับแฟ้มข้อมูลโดยตรง
ถ้าหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลก็ทำการแก้ไขโปรแกรมนั้น ๆ
ถ้าหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลก็ทำการแก้ไขโปรแกรมนั้น ๆ
ข้อเสียของฐานข้อมูล
การเก็บข้อมูลรวมเป็นฐานข้อมูลมีข้อเสีย
ดังนี้คือ
1.
มีต้นทุนสูง ระบบฐานข้อมูลก่อให้เกิดต้นทุนสูง เช่น
ซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการจัดการระบบฐานข้อมูล บุคลากร
ต้นทุน
ในการปฏิบัติงาน และ ฮาร์ดแวร์ เป็นต้น
ในการปฏิบัติงาน และ ฮาร์ดแวร์ เป็นต้น
2.
มีความซับซ้อน การเริ่มใช้ระบบฐานข้อมูล อาจก่อให้เกิดความซับซ้อนได้
เช่น การจัดเก็บข้อมูล การออกแบบฐาน
ข้อมูล การเขียนโปรแกรม เป็นต้น
ข้อมูล การเขียนโปรแกรม เป็นต้น
3.
การเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของระบบ เนื่องจากข้อมูลถูกจัดเก็บไว้ในลักษณะเป็นศูนย์รวม
(Centralized Database System )
ความล้มเหลวของการทำงานบางส่วนในระบบอาจทำให้ระบบฐานข้อมูลทั้งระบบหยุดชะงักได้
วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ประยุทธ์ เผยกองทัพยินดีรับ น้องแต้ว เหรียญเงินโอลิมปิก 2012 เป็นทหาร
ฐานทำประโยชน์ให้ชาติ ชี้คนดีต้องสนับสนุนขออย่าห่วง
ผู้สื่อข่าว Mthai News รายงานจาก กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยก่อนออกเดินทางร่วมงานวันสถาปนาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ครบรอบ 125 ปี ถึงกรณี “น้องแต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว นักยกน้ำหนักจาก จ. ขอนแก่น คว้าเหรียญเงินให้กับทัพนักกีฬาไทยในศึก กีฬาโอลิมปิก 2012 อยากเข้ารับราชการทหารว่า
กติกาทางกองทัพบกก็ยินดีสนับสนุนอยู่แล้ว โดยกองทัพสนับสนุนนักกีฬาทีมชาติอยู่แล้ว มีการบรรจุอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็นกีฬายกน้ำหนัก ยิงปืน และฟุตบอล
ทั้งนี้ กองทัพบกช่วยเหลือชาติอยู่แล้ว ในการที่จะรับบุคคลเหล่านี้เข้ามาบรรจุรับราชการ มีเบื้ยเลี้ยง เงินเดือนให้ ในฐานะที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และถ้าเข้าเกณฑ์ ทางสมาคมก็ทำเรื่องมาที่กองทัพบก
ที่ผ่านมาทางสมาคมก็มาขอเข้าพบเพื่อขอรับการสนับสนุนในเรื่องนี้ ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับวุฒิ ถ้าจบปริญญา และมีตำแหน่งอัตราว่างก็จะบรรจุให้แต่ถ้าไม่ว่างก็คอยนิดหนึ่ง ไม่จบปริญญา ก็บรรจุเป็นทหารชั้นประทวน คนดีเราสนับสนุนอยู่แล้วไม่ต้องห่วง
วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ม.เกษตร ซิวอันดับ 1ประเทศ เว็บวิชาการดีที่สุดในโลก
ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของเว็บไซต์ Webometrics ซึ่งการวัดปริมาณเนื้อหาที่สร้างขึ้น การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการผ่านทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มวิจัยของ the Consejo Superior de Investigaciones Cientificas (CSIC) ประเทศสเปน ประจำเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2012 จากผลการจัดอันดับตั้งแต่เดือน ก.ค.2011 ม.ค.2012 และ ก.ค.2012 ปรากฎว่า
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับที่ 1 ของประเทศไทย อันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 12 ของเอเชีย และเป็นอันดับที่ 166 ของโลก
ทั้งนี้ รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครองแชมป์อันดับที่ 1 ของประเทศไทย 3 ปีติดต่อกัน
สำหรับเกณฑ์ตัวชี้วัดในการการจัดอันดับคือ
1. จำนวนลิงค์ภายนอกที่ลิงค์มาเว็บไซต์มหาวิทยาลัย (Impact) 50%
2. จำนวนหน้าเว็บของมหาวิทยาลัยภายใต้ Domain เดียวกัน (Presence) 20%
3. จำนวนไฟล์ข้อมูลที่นำเสนอบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัย (Openness) 15 %
4. จำนวนบทความวิชาการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ (Excellence) 15%
ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับ Impact 91 คะแนน Presence 36 คะแนน Openness 262 คะแนน และ Excellence 1,157 คะแนน ตามลำดับ
วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก
ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก
นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามศึกษาและรวบรวมข้อมูล เพื่อสรุปเป็นทฤษฎีอธิบายสาเหตุการเกิดของแผ่นดินไหว ในปัจจุบันทฤษฎีการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Plate Tectonics Theory) ได้รับการยอมรับมากที่สุด ทฤษฎีนี้พัฒนามาจากทฤษฎีว่าด้วยทวีปเลื่อน (Theory of Continental Drift) ของอัลเฟรด โลทาร์ เวเกเนอร์ (Alfred Lothar Wegener พ.ศ. 2423 - 2473 นักวิทยาศาสตร์ ชาวเยอรมัน) ซึ่งเสนอไว้เมื่อ พ.ศ. 2455 ต่อมา แฮร์รี แฮมมอนด์ เฮสส์ (Harry Hammond Hess พ.ศ. 2449 - 2412 นักธรณีวิทยา ชาวอเมริกัน) ได้เสนอแนวคิด ที่พัฒนาใหม่นี้ในทศวรรษ 2500
ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ได้อธิบายว่า ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกเป็นลำดับขั้นตอนดังนี้ เมื่อโลกแยกตัวจากดวงอาทิตย์มีสภาพเป็นกลุ่มก๊าซร้อน ต่อมาเย็นตัวลงเป็นของเหลวร้อน แต่เนื่องจากบริเวณ ผิวเย็นตัวลงได้เร็วกว่าจึงแข็งตัวก่อน ส่วนกลางของโลกยังคงประกอบด้วยของธาตุหนักหลอมเหลว ในทางธรณีวิทยา ได้แบ่งโครงสร้างของโลกออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ เรียกว่า เปลือกโลก (crust) เนื้อโลก (mantle) และแก่นโลก (core) เปลือกโลกเป็นส่วนที่เป็นของแข็งและเปราะ ห่อหุ้มอยู่ชั้นนอกสุด ของโลก จนถึงระดับความลึกประมาณ 50 กิโลเมตร เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธรณีภาคชั้นนอก หรือลิโทสเฟียร์ (Lithosphere) ใต้ชั้นนี้ลงไปเป็นส่วนบนสุดของชั้นเนื้อโลก เรียกว่า ฐานธรณีภาค หรือแอสเทโนสเฟียร์ (asthenosphere) มีลักษณะเป็นหินละลายหลอมเหลวที่เรียกว่า หินหนืด (magma) มีความอ่อนตัวและยืดหยุ่นได้ อยู่ลึกจากผิวโลกลงไป 100 - 350 กิโลเมตร ใต้จากฐานธรณีภาคลงไป ยังคงเป็นส่วนที่เป็นเนื้อ โลกอยู่ จนกระทั่งถึงระดับความลึกประมาณ 2,900 กิโลเมตรจากผิวโลก จึงเปลี่ยน เป็นชั้นแก่นโลก ซึ่งแบ่งเป็น 2 ชั้นย่อย คือ แก่นโลกชั้นนอก และแก่นโลกชั้นใน โดยแก่นโลกชั้นในนั้นจะอยู่ลึกสุดจนถึงจุด ศูนย์กลางของโลก ที่ระดับความลึก 6,370 กิโลเมตร จากผิวโลก
การเกิดแผ่นดินไหวนั้น ส่วนใหญ่จำกัดอยู่เฉพาะที่ชั้นของเปลือกโลก โดยที่เปลือกโลกไม่ได้เป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากว่าเมื่อของเหลวที่ร้อนจัดปะทะชั้นแผ่นเปลือกโลก ก็จะดันตัวออกมา แนวรอยแยกของแผ่นเปลือกโลกจึงเป็นแนวที่เปราะบางและเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและ ภูเขาไฟระเบิดมาก จากการบันทึกประวัติปรากฏการณ์แผ่นดินไหว ทำให้สามารถประมาณการแบ่งของแผ่นเปลือกโลกได้เป็น 15 แผ่น คือ
- แผ่นยูเรเชีย (Eurasian Plate)
- แผ่นแปซิฟิก (Pacific Plate)
- แผ่นออสเตรเลีย (Australian Plate)
- แผ่นฟิลิปปินส์ (Philippines Plate)
- แผ่นอเมริกาเหนือ (North American Plate)
- แผ่นอเมริกาใต้ (South American Plate)
- แผ่นสโกเชีย (Scotia Plate)
- แผ่นแอฟริกา (African Plate)
- แผ่นแอนตาร์กติก (Antarctic Plate)
- แผ่นนัซกา (Nazca Plate)
- แผ่นโคโคส (Cocos Plate)
- แผ่นแคริบเบียน (Caribbean Plate)
- แผ่นอินเดีย (Indian Plate)
- แผ่นฮวนเดฟูกา (Juan de Fuca Plate)
- แผ่นอาหรับ (Arabian Plate)
แผ่นเปลือกโลกที่กล่าวมาแล้วไม่ได้อยู่นิ่ง แต่มีการเคลื่อนที่คล้ายการเคลื่อนย้ายวัตถุบนสายพานลำเลียงสิ่งของ จากผลการสำรวจท้องมหาสมุทรในช่วงทศวรรษ 2490 พบว่า มีแนวสันเขากลางมหาสมุทร รอบโลก (Global Mid Ocean Ridge) ซึ่งมีความยาวกว่า 50,000 กิโลเมตร กว้างกว่า 800 กิโลเมตร จากการศึกษาทางด้านธรณีวิทยา พบว่า หินบริเวณสันเขาเป็นหินใหม่ มีอายุน้อยกว่าหินที่อยู่ในแนวถัดออกมา จึงได้มีการตั้งทฤษฎีว่า แนวสันเขากลางมหาสมุทรนี้คือ รอยแตกกึ่งกลางมหาสมุทร รอยแตกนี้เป็นรอยแตกของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งถูกแรงดันจากหินหนืดภายในเปลือกโลกดันออกจากกันทีละน้อย รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกที่กล่าวมาแล้ว ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกต่างๆ
วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555
สลด! เดือนคณะนิเทศฯสวนดุสิต ช่วยเพื่อนตกน้ำ ตัวเองถูกพัดจมหาย
สลด! เดือนคณะนิเทศฯสวนดุสิต ช่วยเพื่อนตกน้ำ ตัวเองถูกพัดจมหาย
รายงาน ข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 02. 00 น.วันที่ 1 ส.ค.เกิดเหตุนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต จมน้ำหายไปหลังจากที่ลงไปช่วยเพื่อนที่พลัดตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานกรุงธน ซึ่งเหตุดังกล่าว เกิด จากที่เพื่อนคนหนึ่งไปนั่งบนราวสะพานแต่เกิดพลาดท่าหงายหลังตกลงไปแม่น้ำ เจ้าพระยา นายกัมปนาท กรรณสกุล หรือตุล อายุ 19 และเพื่อนๆจึงกระโดดลงไปช่วยเหลือ จากนั้นเมื่อช่วยเหลือไว้ได้ จึงพากันขึ้นฝั่ง แต่นายกัมปนาท ได้ถูกกระแสน้ำที่ไหลแรงพลัดหายไป
อย่าง ไรก็ตาม ในช่วงเที่ยง กลุ่มนักศึกษาจากจำนวนกว่า 40 คน เดินทางมาที่ท่าเรือสะพานกรุงธน โดยมีการจับกลุ่มกอดกันร่ำไห้ พร้อมกับมีการจุดธูปแล้วนำไปปักที่บริเวณโป๊ะของท่าเรือ โดยมีนางทัศนีย์ กรรณสกุล อายุ 48 ปี ป้าของนายกัมปนาทเดินทางมาด้วย โดยกล่าวว่า ตนพักอยู่ในย่าน จ.นนทบุรี กับนายกัมปนาท ซึ่งมาอาศัยอยู่ด้วยหลังเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตนทราบเรื่องจากเพื่อนของหลานชายเมื่อประมาณตีสองกว่าๆ ว่าหลายชายนั้นได้จมน้ำหายไปหลังจากที่ลงไปช่วยเพื่อนที่พลัดตกน้ำ และตนก็แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อแม่ของนายกัมปนาท ทราบแล้ว โดยทั้งคู่จะเดินทางจากจ.ชุมพร เข้ากรุงเทพฯโดยเร็วที่สุด และล่าสุดพบศพนายกัมปนาทแล้ว
จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตาย ทราบว่า นายกัมปนาท เป็นหนุ่มหน้าตาดี เป็นเดือนคณะวิทยาการจัดการ โปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ ในการประกวดที่ผ่านมา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)