วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Microsoft Access คือ

access logo
























ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมในชุด Microsoft Office คุณลักษณะเป็นโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบฐาน ข้อมูล มีตารางเก็บข้อมูลและสร้างคิวรี่ได้ มีส่วนคอนโทลให้เรียกใช้ในรายงานและฟอร์ม สร้างมาโครและโมดูลด้วยภาษาเบสิกเพื่อประมวลผลตามหลักภาษาโครงสร้าง หรือจะใช้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลให้โปรแกรมจากภายนอกเรียกใช้ ซึ่งง่ายสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ ในเรื่องการเขียนโปรแกรม หรือผู้พัฒนาระบบฐานข้อมูลมาแล้ว ช่วยให้การพัฒนาระบบงานเสร็จได้อย่างรวดเร็ว

ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) ต่างกับ วิชวลเบสิก (Visual Basic) เพราะ วิชวลเบสิกสามารถพัฒนาโปรแกรมได้หลากหลาย เช่น พัฒนาโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ โปรแกรมประยุกต์ เกมส์ หรือเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลภายนอก เป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application) ส่วนไมโครซอฟท์แอคเซสเหมาะสำหรับนักพัฒนาระบบฐานข้อมูล ที่ไม่ต้องการระบบที่ซับซ้อน และต้องการพัฒนาให้เสร็จอย่างรวดเร็ว มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอย่างครบถ้วน

สื่อนอกตีข่าว ทักษิณ ถูกทนายยักยอกเงินถึง 580 ล้านบาท


แถมปลอมเอกสารหลายกรณี ขณะที่ผู้ต้องหาไม่รอดถูกจับ และถูกศาลตัดสินจำคุกถึง 3ปี
เว็บไซต์ เดอะเนชั่นแนล สื่อของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (www.thenational.ae) ได้เผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ถูกตัวแทนทางกฎหมายวัย 45ปี ชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ของตนเอง ที่ใช้ตัวย่อ “เคเอ็ม” ยักยอกเงินจากบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในมอนเตเนโกร โดยเขาได้ยักยอกเงินไปอย่างน้อย 15 ล้านยูโร หรือ ราว 580 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3ปีที่ทำงานอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ
ซึ่งการยักยอกเงินดัง กล่าวกระทำในช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ ติดต่อธุรกิจกับสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี ในอังกฤษ และการซื้อบ้านพักตากอากาศสุดหรูแถบเอมิเรตส์ ฮิลล์ หรือที่เรียกกันว่า เบเวอร์ลี ฮิลล์สแห่งดูไบ นอกจากนี้เขาก็เคยปลอมแปลงเอกสารอีกหลายกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย
ทั้ง นี้การเปิดเผยข่าวของสื่อดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้ต้องหาที่เป็นทนายส่วนตัว ของพ.ต.ท.ท.ทักษิณถูกจับได้ และถูกศาลอาญาในนครดูไบตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ในคดียักยอกเงิน และปลอมแปลเอกสาร.

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

รัฐบาลมั่นใจวิกฤตยุโรป กระตุ้นเม็ดเงินดึงต่างชาติเที่ยวไทย

กิตติรัตน์ ณ ระนอง
พร้อมเปิดตัวโฆษณาใหม่ “มหัศจรรย์เมืองไทย” ดันนายกฯ เป็นพรีเซนเตอร์
นายกฯ งดจัดรายการ ส่ง รมต.ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แจงสร้างความมั่นใจวิกฤตยุโรปและการท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวโฆษณา”มหัศจรรย์เมืองไทย” เพื่อกระตุ้นต่างชาติให้มาเที่ยวในไทยมากขึ้น และสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินแก่นักท่องเที่ยว ด้วย
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี งดจัดรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” โดยมอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี นายชุมพล ศิลปอาชา และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมรายการแทน
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับผลกระทบของวิกฤตทางเศรษฐกิจของ ยุโรป ซึ่งแม้แต่ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองว่าเศรษฐกิจของไทยน่าจะเติบโตร้อยละ 5 ดังนั้นต่างชาติยังมั่นใจในศักยภาพของไทยว่าเราน่าจะเติบโตได้ในวิกฤตยุโรป
อย่าง ไรก็ตามยืนยันว่าการเดินทางของนายกรัฐมนตรีที่ประเทศกัมพูชาเมื่อวานนี้ (13 ก.ค.) เป็นไปตามคำเชิญของกลุ่มนักธุรกิจสหรัฐและอาเซียนที่รวมกลุ่มกันทำงานเพื่อ ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐและอาเซียนเติบโต ซึ่งปีนี้ทางกัมพูชาเป็นเจ้าภาพประธานอาเซียนจึงได้จัดเวทีขึ้นที่กัมพูชา ทั้งนี้การเดินทางของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ยังได้หารือด้านเศรษฐกิจ กับผู้นำของประเทศพม่า และนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯด้วย
นอกจากนี้ในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ยังได้มีการเปิดตัว โฆษณา”มหัศจรรย์เมืองไทย” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อเชิญชวนคนไทยท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า 11 ประเทศในยุโรป รวมถึงยุโรปตะวันออก ปริมาณนักท่องเที่ยวในแถบนี้ไม่ได้ลดลง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย
ส่วน หนึ่งเป็นเพราะนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศไปสร้างความสัมพันธไมตรีกับ ต่างประเทศ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในประเทศต่าง ๆ เราพยายามทำอย่างไรให้ช่วง โลว์ซีซั่นเป็นไฮซีซั่นให้ได้ เพื่อกระตุ้นให้คนเข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น และใช้ได้ผล ในการกระตุ้นนักท่องเที่ยว ซึ่งหลายฝ่ายพยายามเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีวางไว้คือ เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยในปี 2558 ที่เข้าสู่ประชาคมอาเซียนเราจะได้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวถึง 2 ล้านล้านบาทอย่างแน่นอน
ด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐจำเป็นต้องตั้งเป้ารายได้ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงแผนการตลาดว่าจะบุกตลาดการท่องเที่ยวอย่างไร การอำนวยความสะดวกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว ความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คนไทยทุกคนต้องเป็นเจ้าภาพเจ้าบ้านที่ดีเพื่อให้เกิดการบอกแบบปากต่อปากให้ มาเที่ยวเมืองไทย

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประวัตินักภูมิศาสตร์ โคลัมบัส


 
 โคลัมบัสค้นพบ  “โลกใหม่ได้อย่างไร
       ก่อน ค.ศ. 1492  ไม่มีชาวยุโรปคนใดรู้แน่ชัดว่าเลยจากหมู่เกาะคานารีและหมู่เกาะอซอร์สออกไปแล้วจะเป็นเช่นไร  เมื่อคริสโตเฟอร์  โคลัมบัสออกเดินเรือไปทางทิศตะวันตกนั้น  เขามุ่งแสวงหาเส้นทางเดินเรือไปสู่  “อินดีส”  (อินเดีย  ตลอดจนดินแดนและหมู่เกาะต่างๆ ในตะวันออกไกล  ต่อมาเรียกว่า  อินดีสตะวันออก)  แต่เขากลับพบทวีปใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีนักสำรวจหรือนักภูมิศาสตร์ที่มีชื่อเสียงผู้ใดในทวีปยุโรปรู้ว่ามีอยู่  ต่อมาดินแดนนี้เรียกว่ามุนดุส  โนวุส  (Mundus  Novus)  หรือ  “โลกใหม่”  ซึ่งปัจจุบันคือทวีปอเมริกาเหนือและใต้
       ดินแดนที่โคลัมบัสไปถึงคือหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน  ไม่ใช่อเมริกาเหนือ  โคลัมบัสไม่เคยตระหนักในความผิดพลาดนี้เลยและยืนยันอยู่จนวันตายว่าดินแดนที่เขาค้นพบคือ  “อินดีส”  ด้วยเหตุนี้ดินแดนที่เขาพบนั้นจึงได้ชื่อว่า อินดีสตะวันตก  และชนพื้นเมืองของทวีปอเมริกาเหนือจึงได้ชื่อว่าชาวอเมริกันอินเดียน
       โคลัมบัสเกิดที่เมืองเจนัวในอิตาลีเมือ  ค.ศ. 1451  เขาออกทะเลตั้งแต่อายุ  14  ปี  พออายุ  30  ปีก็เป็นนักเดินเรือและผู้นำร่องที่เชี่ยวชาญ
       ในคริสต์ศตวรรษที่  15  ชาวโปรตุเกสหาเส้นทางเดินเรือสู่  “อินดีส”  โดยมุ่งไปทางทิศตะวันออก อ้อมแหลมด้านใต้ของทวีปแอฟริกา  ขณะนั้นมีเส้นทางค้าขายเครื่องเทศ  อัญมณี  และผ้าไหมโดยทางบกจาก  “อินดีส”  อยู่แล้ว
       โคลัมบัสศึกษาปูมการเดินเรือจากแหล่งความรู้ต่างๆ เท่าที่หาได้  เช่น  คัมภีร์ไบเบิล  วรรณกรรมโบราณ  และหนังสือวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอยู่น้อยเล่มแล้วสรุปว่าหากเดินเรือไปทางทิศตะวันตกจะถึง  “อินดีส”  ได้เร็วกว่า 

          สำเนาคำอธิบายประกอบหนังสือที่เขาคัดจาก  Description  of  the  World  (คำอธิบายเกี่ยวกับโลก) ที่มาร์โคโปโลเขียนไว้และหนังสือ  Imago  Mundi  (อิมาโก  มุนดี-ภาพของโลก)  ของพระคาร์ดินับปีแอร์  ดายยี  ยังมีให้เห็นเป็นหลักฐานอยู่
       ข้อความตอนหนึ่งในอิมาโก  มุนดี  ซึ่งเขียนไว้เมื่อ  ค.ศ. 1410  ระบุว่า  อริสโตเติลกล่าวว่า  “ทะเลที่อยู่ระหว่างดินแดนด้านตะวันออกสุดของสเปนกับดินแดนที่ใกล้ที่สุดกับแถบตะวันตกของอินเดียมิได้กว้างใหญ่เท่าใดนัก”  ในขณะที่มาร์โคโปโลอ้างว่าประเทศญี่ปุ่นอยู่ห่างจากคาเธย์  (ประเทศจีน)  ไปทางทิศตะวันออกเป็นระยะทาง  2,400  กม.  ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นอยู่ใกล้กับสเปนเกินกว่าที่เป็นจริง
       โคลัมบัสหลงไขว้เขวตามข้อเขียนของพระคาร์ดินัลดายยีและมาร์โคโปโล  และหลงตามข้อมูลในคัมภีร์อะพ็อกคริฟาเล่มที่สองของเอสดราสซึ่งระบุว่าโลกแบ่งเป็นแผ่นดิน  6  ส่วน  และทะเล  1  ส่วน  (ที่ถูกต้องคือแผ่นดิน  1  ส่วน  และพื้นน้ำเกือบ  3  ส่วน)  นอกจากนี้  เขายังคำนวณด้วยมาตราไมล์ของอิตาลีโดยมิได้เฉลียวใจว่ามาตรานี้สั้นกว่ามาตราของอาหรับ  ซึ่งใช้ทำแผนที่ส่วนใหญ่ในยุคนั้น  ดังนั้นเขาจึงคำนวณว่า  “อินดีส”  อยู่ห่างจากหมู่เกาะคานารีไปตามตะวันตก  6,300 
                “โลกเก่า”  แผนที่โลกเก่าเป็นภาพพิมพ์ไม้แกะ  พิมพ์ที่เมืองอูล์มในเยอรมนีเมื่อ  6  ปีก่อนโคลัมบัสพบโลกใหม่  แผนที่นี้มาจากตำราภูมิศาสตร์ฉบับประกอบแผนที่ของปโตเลมี  (ประมาณ  ค.ศ. 90-168)  ผลงานของนักภูมิศาสตร์และดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ – กรีก ผู้นี้บันดาลใจให้โคลัมบัสมุ่งตะวันตกเพื่อหาเส้นทางสู่เอเชีย
                      
เข็มทิศ  ของนักเดินเรือชาวอิตาลี  พร้อมกล่องและฝา  เป็นแบบที่ใช้ในสมัยของโคลัมบัส  มีลายเฟลอร์  เดอ  ลี  บนหน้าปัดเพื่อระบุทิศเหนือ

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

GPS คืออะไร


GPS ย่อมาจาก Global Positioning System หรือ "ระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก"
ชื่อเต็มของระบบนี้คือ  NAVSTAR  Global  Positioning  System คำว่า  NAVSTAR เป็นอักษรย่อมาจาก  Navigation  Satellite  Timing  and  Ranging ภาคของคำว่าดาวเทียมสำหรับนำร่อง คือระบบที่ระบุตำแหน่งทุกแห่งบนโลก
เป็นระบบบอกตำแหน่งบนพื้นผิวโลก โดยอาศัยการคำนวณพิกัด จากดาวเทียมระบุตำแหน่ง จำนวน 24 ดวง ที่โคจรอยู่รอบโลก ในระดับสูงประมาณ 20,000 กิโลเมตร ทำให้สามารถชี้บอกตำแหน่งได้ทุกแห่งบนโลกตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

GPS

จาก การความสามารถดังกล่าว ทำให้ระบบดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ในการบอกตำแหน่งบนพื้นโลก อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับประชาชนทั่วไป เพราะเดิมทีระบบ GPS เป็นระบบที่ถูกใช้งานการทหารของ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา เท่านั้น

ด้วยความสามารถของ GPS ทำให้เราสามารถนำข้อมูลตำแหน่งมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น
1.    1. GPS หาตำแหน่งที่แน่นอนบนพื้นโลกของเรา ป้องกันการหลงทาง, ในการหาจุดอ้างอิงต่างๆ เช่น ร้านอาหารโปรด สถานีตำรวจ

GPS

2.    2. GPS ใช้ในการแนะนำเส้นทางไปยังจุดต่างๆ บนโลก ดังที่เราเรียกว่า ระบบนำทางหรือ “Navigator” ซึ่งมีให้กันใช้อยู่ทั่วไปในปัจจุบัน

GPS

 3. ใช้ในการติดตามบุคคล หรือ ติดตามยานพาหนะ เพื่อใช้ในการตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง ที่ผ่านมา
GPS
ทั้งนี้ ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่จะสามารถประยุกต์ใช้งานได้มากมาย กับระบบ GPS

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นักท่องเที่ยวยุโรปลดลง ทำไทยสูญรายได้กว่า 2 หมื่นล้าน



(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว)
นักท่องเที่ยวยุโรปลดลง ทำไทยสูญรายได้กว่า 2 หมื่นล้าน
นายศิษฎิวัชร์ ชีวะรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ แอตต้า เปิดเผยว่า ตอนนี้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปส่งผลให้ชาวยุโรปเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยลดน้อยลง ร้อยละ 6-7% โดยคิดเป็นรายได้ประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาท ที่หายไปเลย
ทั้งนี้ยังมั่นใจว่าปีนี้ ยอดของนักท่องเที่ยวที่จะมาเมืองไทยน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ประมาณ 20 ล้านคน และจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศถึง1.25 ล้านล้านบาท เพราะเศรษฐกิจในประเทศแถบเอเชียยังดีอยู่
สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจที่กระทบการท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบัน คือ ปัญหาทางการเมืองการวินิจฉัยการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ของศาลรัฐธรรมนูญหรือภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยตั้งเป้าหมายไว้เป็นไปได้ยาก จึงอยากให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวยุโรปให้เข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยีสารสนเทศ

การซื้อ CD ของแท้ มีลิขสิทธิ์


ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยีสารสนเทศ


ประโยชน์ของเทคโนโลยีทั่วไป
-1 ลดแรงงานคนในการทำงานต่าง ๆ เช่น ควบคุมการผลิต และช่วยในการคำนวน
-2 เพิ่มความสะดวกสะบายตั้งแต่ส่วนบุคคล จนถึงการคมนาคมและสื่อสารทั่วโลก
-3 เป็นแหล่งความบันเทิง
-4 ได้ผลผลิตที่มีมาตรฐาน เหมือนกันหมดทุดชิ้น ซึ่งอิเฎลเห็นว่าเป็นการลดคุณค่าของชิ้นงาน เพราะ Handmade คืองานชิ้นเดียวในโลก
-5 ลดต้นทุนการผลิต
-6 ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-7 ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม และ เกิดการกระจายโอกาศ
-8 ทำให้เกิดสื่อการเรียนการสอนต่างๆมากขึ้น
-9 ทำให้เกิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น
-10 ทำให้เกิดระบบการป้องกันประเทศที่มีประสิทธิภามมากยิ่งขึ้น
-11 ในกรณีของอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้สามารถเลือกการผ่อนคลายได้ตามอิสระ

โทษของเทคโนโลยีทั่วไป
-1 สิ้นเปลืองทรัพยากร เช่น น้ำมัน แก็ส และถ่านหิน จนกระทั้งน้ำ
-2 เปลี่ยนสังคมชาวบ้าน ให้กลายเป็นวัตถุนิยม (อิเฎลไม่ชอบมาก ๆ)
-3 ทำให้มนุษย์ขาดการออกกำลังกาย
-4 ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน เพราะใช้แรงงานเครื่องจักรแทนแรงงานคน
-5 ทำให้เสียเวลา ทั้งจากรายการไร้สาระในโทรทัศน์ จนกระทั่งนัก chat
-6 หากใช้เว็ปไซด์จำพวก Social Network จะทำให้ผู้ใช้มีโลกเป็นของตนเอง ขาดการติดต่อกับผู้อื่น โดยเฉพาะที่เห็นชัดเจนเกิดช่องว่างระหว่างผู้สูงอายุกับเด็ก